วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เกาะช้าง







อ่าวพังงา-ภูเก็ต-เกาะพีพี





เกาะล้าน










สวนนงนุช





อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด

เป็นของคนไทยทุกคน โปรดช่วยกันรักษาไว้ให้ลูกหลานของเรา อุทยานแห่งชาติเขาเเหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยในท้องที่อำเภอแกลง และอำเภอเมือง จังหวดระยอง ครอบคลุมพื้นที่บนฝั่งและในท้องทะเล ตลอดจนเกาะต่างๆ ประกอบด้วยเกาะเสม็ด เกาะจันทร์ เกาะทะลุ เกาะกุฎี เกาะมะขาม และเกาะปลายตีน เขาแหลมหญ้าและชายทะเลด้านทิศตะวันตกหญ้า สถานที่ที่เด่นที่สุดเป็นที่รู้จักกัดี
คือ เกาะเสม็ดหรือเกาะแก้วพิศดาร ซึ่งกล่าวไว้ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี ความงดงามตามธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติแห่งนี้เป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศว่า มีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อน

การเดินทาง....เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2553 คณะเดินทางของเราที่มีทั้งหมดเก้าคน เริ่มต้นเดินทางจากตลาดหนองมน โดยรถประจะทางกรุงเทพ-ระยอง(สายเก่า) เป็นสิ่งที่เราพลาดที่สุดที่เราเลือกนั่งสายเก่าเพราะเราใช้เวลาเดินทางถึงระยองประมาณ 3 ชั่วโมง โอ้ ชั่วโมงคร่งก็น่าจะถึงแล้ววววว จาก บขส. ระยองจะมีรถสองแถวไปถึงที่ท่าเรือบ้านเพ จุดหมายปลายทางของเราคือ อ่าวลุงดำ ไม่เคยไปมาก่อน สำหรับผู้ที่ต้องการความสงบเราก็ต้องแนะนำอ่าวนี้เลยค่
การไปครั้งนี้เราก็เก็บภาพความประทับใจมาฝากเพื่อนๆ มากมา

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ตลาดน้ำสี่ภาค








ถ้าพูดถึงตลาดน้ำ หลายๆ คนคงนึกถคึงตลาดน้ำอัมพวา บางน้ำผึ้ง ดำเนินสะดวก และที่อื่นๆที่ใกล้ๆ กับกรุงเทพ แต่หากเรามาเที่ยวที่พัทยาแล้วต้องการจะเดิอนกตลาดน้ำละก็ต้องขอแนะนำให้ไปที่ตลาดน้ำสี่ภาคเลยค่ะ
การเข้าชม
ภายในบริเวณตลาดน้ำสี่ภาคแห่งนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่ส่วนใหญ่จะหมดไปกับเรื่องกินซะส่วนใหญ่ เพราะว่าอาหารการกินที่นี่เค้ามีเพียบจริงๆ

ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยาเกิดจากแนวความคิดที่ต้องการรวบรวม วัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีชีวิต สินค้า และ อาหาร ของคนไทยทั้งสี่ภาคมาไว้รวมกัน ณ ที่พัทยา เนื่องจากพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักกันดี ถึงแม้ที่นี่จะเป็นตลาดน้ำที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่ก็ถือว่าสร้างขึ้นมาได้อย่างไร้ที่ติเลยทีเดียวครับ ด้วยพื้นที่ที่กว้างใหญ่ถึง 23 ไร่ ทำเรามีความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังเดินเที่ยวอยู่ในตามหมู่บ้านที่อยู่ริม ลำคลองจริงๆ

รูปแบบของร้านค้าที่นี่ทั้งหมดถูกสร้างด้วยไม้ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมดกว่า 100 หลังด้วยกัน รูปแบบของการก่อสร้างก็ทำเหมือนกับลักษณะบ้านในสมัยโบราณ ระหว่างที่เราเดินตามเส้นทาง ลัดเลาะไปตามร้านค้าต่างๆ จะพบเห็นแม่ค้าพายเรือขายของอยู่ตลอดเส้นทาง หากเราต้องการซื้อของกิน เราก็เรียกแม่ค้าที่พายเรืออยู่ให้มาเทียบท่าได้ตลอดเวลา หลังจากที่สั่งของกินเสร็จแล้ว เค้าจะจัดพื้นที่ไว้สำหรับรับประทานอาหารไว้ตามริมทางเดิน เป็นโต๊ะลักษณะแบบโต๊ะญี่ปุ่น นั่งกินกันแบบครอบครัว หรือ แบบกลุ่มเพื่อนฝูงก็ให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่ดีครับ หรือ จะไปเป็นคู่ก็โรแมนติกแบบแปลกๆ ไปอีกแบบ